
หลังจบสิ้นการต่อสู้ รายการ “WLF Fight of the Century 2” ภายใต้การจัดของ “อู่ หลิน เฟิง” โปรโมชั่นใหญ่แดนมังกร ที่มหานครนานกิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อช่วงดึกของคืนวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559
บรรยากาศภายในห้องพักนักมวยของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” หรือ ”ปั้วเฉียว” สำเนียงเรียกขานของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ตัวของ ยอดมวยไทยขวัญใจแห่งยุคเอง ถึงกับปิดหน้าร่ำไห้ด้วยความเสียใจ (สังเกตจากคลิปสั้นๆ แต่ละช็อต ส่งตรงขึ้นเฟซบุ๊ก “Banchamek Gym” และ เว็ปเพจที่มีแฟนคลับติดตามชมกันมากมาย)

จากนั้นบัวขาว และทีมงานต้องแหวกฝูงชนชาวจีน และคนไทยที่ติดตามเชียร์การชก เพื่อไปขึ้นรถทีมงานเดินทางกลับโรงแรมที่พัก พร้อมกับคลิป ช็อตส่งท้ายในรถใจความว่า
“เพิ่งจะลงจากเวที แพ้คะแนน แต่ก็ต้องขอบคุณแฟนๆทุกคน คอยดูเทปย้อนหลัง ผมทำเต็มที่แล้ว อยากทำให้ดีที่สุดต่อไป ขอบคุณครับ..!!”
บัวขาว บัญชาเมฆ เดินทางไปให้ “อี้ หลง” ซุปตาร์ชาวจีน ซึ่งเป็นคู่ปรับเก่า ที่เขาเคยเตะเทิดเทิงจนแทบซี่โครงรวนมาแล้ว ในการพบกันครั้งแรกเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว แต่การเปิดโอกาสให้ล้างตาครั้งนี้ ผลการชกนั้นจบลงแบบตรงกันข้าม ด้วยการชนะคะแนนของนักชกคนดังเจ้าถิ่น ชนิดหลายคนที่ได้ชม ย่อมเกิดความกังขา หากมองด้วยสายตายุติธรรม
น่าเสียดายที่การชกไฟต์นี้ ไม่มีการถ่ายทอดสดกลับมาเมืองไทย แต่ทางผู้จัดนั้นมีการยิงสัญญาณถ่ายไปยังหลายประเทศรวมทั้งเพื่อนบ้านของเราอย่าง เวียดนาม และ มาเลเซีย ตัวของ “อู่ หลิง เฟิง” ชายร่างเล็กศีรษะโล้นเลี่ยนผู้นี้ ถือเป็นโปรโมเตอร์ใหญ่ ที่เป็นคู่แข่งสำคัญกับ “เจียง หว่า” แห่งคุนหลุน ไฟต์ ผู้ดำเนินการจัดและมีสัญญาผูกมัดกับ ยอดมวยไทยแห่งยุคในปัจจุบัน

แฟนๆชาวไทยจำนวนไม่น้อยจึงสำคัญผิด คิดว่า เป็นการจัดของ คุนหลุน ไฟต์ แถมไม่กี่เดือนก่อน ทาง บ.เวิร์คพอยท์ ของไทย ยังจับมือกับ CCTV สถานีทีวียักษ์ใหญ่ของจีน แถลงข่าวเปิดตัวทางการ ทั้ง อี้หลง และ บัวขาว มาโชว์ตัวในเมืองไทย จะจัดชกในเมืองจีนเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการ ต้องมีอันล้มเลิก และเลื่อนจัดออกไป
กระทั่งล่าสุด บัวขาว พร้อมทีมงานจึงเดินทางไปถึงนานกิง (หรือหนานจิง) สถานที่ชก หลังตกลงเซ็นต์สัญญา ฟาดปากภาคสองกับ อี้หลง ในที่สุด ภายใต้การจัดของ อู่ หลิง เฟิง ซึ่งหยิบชิ้นปลามันได้จัดศึกซูเปอร์ไฟต์นัดนี้เฉยเลย ดังชื่อรายการ “WLF Fight of the Century 2” ที่ว่ากล่าวไว้ข้างต้น..!!
ดังที่ทราบการชกครั้งนี้ไม่มีถ่ายทอดสดมาเมืองไทย แต่สามารถดิ้นรนหาชมกันได้ทาง ลิงค์ทีวี จากเมืองจีน รวมทั้งเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ของแฟนคลับบัวขาวเอง ในโลกของโซเชียล การชกตลอด 3 ยกตามกติกาของผู้จัด ซึ่งค่อนข้างหยุมหยิมเป็นธรรมดาของเจ้าถิ่นที่ชิงความได้เปรียบทั้งในด้านการให้คะแนน ตลอดจนการห้ามออกอาวุธ อาทิ ห้ามคีบคอซอยเข่า หรือการเตือนจุกจิก สภาพแวดล้อมหลายอย่างล้วนเป็นปัจจัยเอื้อให้ อี้ หลง เป็นผู้คว้าชัยชนะ เมื่อยอดมวยของไทย ไม่สามารถต่อยได้นับ หรือ น็อกเอาต์คู่ต่อสู้ลงได้ แม้ดูตามสายตาอย่างเป็นกลาง ก็น่าจะชี้ชัดให้ บัวขาว ชนะคะแนนได้อย่างไม่น่าเกลียดก็ตามที…

ดังนั้นหลังการประกาศผลชูมือให้ อี้ หลง เป็นผู้ชนะ จึงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์กันมากมาย เฉพาะแฟนๆชาวไทย ที่มีผู้ติดตามทาง “เพจ ข่าวสด” กว่า 10 ล้านวิวในปัจจุบัน ละเลความคิดเห็น ใส่กระทู้นับหมื่นคอมเม้นต์ เสียงส่วนใหญ่สาปส่งชัยชนะของอี้หลงจนยับเยิน ไม่เพียงเท่านั้น แฟนมวยแดนมังกรเองไม่น้อย ก็ยังสวดยับกับผลการชกด้วยเช่นกัน
แต่ก็ยังมีเสียงบางส่วนที่คิดต่าง และตั้ง สมมติฐาน ขึ้นให้วิเคราะห์ ลองฟังทรรศนะของ “ผู้ที่เคยคลุกคลี และใกล้ชิด” กับ บัวขาว ทว่าทั้งหมดล้วนไม่ประสงค์จะออกนามทั้งสิ้น
รายแรก วิจารณ์ว่า ความดุดันเหี้ยมเกรียมในสไตล์การชกของ ยอดมวยไทย ไฟต์นี้ นั้นหดหาย คลายความดุดันลงไปมาก แต่หากจะชี้ชัด ว่ามีการ ผ่อน หรือ ออมฝีมือ ก็ดูจะเป็นข้อหาที่แรงเกินไป “เพราะในวงการมวยล้มนั้นย่อมไม่มีใบเสร็จ” ทว่า “หากจะมองด้วยสภาพสังขาร และวัยของซุปตาร์ชาวไทย ที่ปาเข้าไป 34 ขวบปีแล้วนั้น ก็ชวนให้เป็นเรื่องน่าคิด”
แต่ก็มี ผู้วิจารณ์ รายที่สอง มองอีกว่า “แล้วเหตุใดการชกกับ ซัลวาดอร์ ดีแลน ก่อนหน้านั้น บัวขาว กลับโชว์ฟอร์มได้หนักหน่วงเหนียวแน่นกว่านี้อีก ยิ่งถ้าเทียบฟอร์ม ดีแลน กับ อี้หลงแล้ว หลวงจีนเส้าหลิน นั้นนับว่าฝีมือยังห่างชั้นกว่านักมวยฝรั่งเศสหลายช่วงตัวนัก”
ในความเห็นต่างนี้ ยังมีอีกหลายเสียง มองภาพโดยรวมว่า การชกอี้หลง-บัวขาวคู่นี้ จะต้องมี ภาคสาม ค่อนข้างแน่ !!
จากข่าววงในซึ่งรายงานว่า ค่าตัวของ หลวงพี่เส้าหลิน หนึ่งล้านหยวน (ราวๆ 5 ล้านบาท) ขณะที่ ปั้วเฉียว นั้น ไม่ต่ำกว่า แปดแสนหยวน (ราวๆ 4 ล้านบาท)
นั่นหมายถึง ค่าตัวของทั้งสอง จะต้องทำเงินไม่น้อยกว่าเดิม ที่สำคัญน่าจะเรียกเรตติ้งผู้ชมมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ทว่าในความคาดการณ์เหล่านั้น “ผู้มากประสบการณ์” ซึ่งมีความใกล้ชิดกับบัวขาว และ อู่ หลิน เฟิง อีกท่านกลับฟันธงว่า ..”การชกคู่นี้ จะไม่มีภาคสามอีกแน่นอน”
พร้อมให้ข้อมูลว่า “การจัดมวยของ อู่ หลิน เฟงนั้น จะว่าไป ก็คือ มวยของตนนั้น จะต้องชนะสถานเดียว โดยไม่สนว่า จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ค้านสายตาใดๆก็ตาม ผลการชกครั้งนี้ ก็อีกเช่นกัน ไม่เพียงแต่ แฟนมวยชาวไทยจะไม่พอใจ ทว่าแฟนมวยชาวจีนแผ่นดินใหญ่เองก็พากันโจมตีไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า มวยคู่นี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ยิ่งเฉพาะภายใต้การจัดของ อู่ หลิน เฟิงอย่างแน่นอน”
การพบกันในภาคแรกนั้น ชาวจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 1,300 ล้านคน คงมองว่า “จอมมาร” อย่างบัวขาว (ตามสายตาพวกเขา) ถึงจะเอาชนะ พระผู้ทรงศีลจากเส้าหลิน อย่างอี้หลงได้ แต่เมื่อผลล้างตา ภาคสองจบลงแบบ พลิกโผแถมยังค้านสายตาผู้คนทั่วไปอีก ก่อให้เกิดมุมมองเห็นต่างกันหลายฝ่าย
ครั้งนี้เมื่อ “คนแพ้ไม่ใช่พระ..แล้ว“บัวขาว”ยอดขวัญใจเล่าจะเป็นเช่นไร
ซีรี่ส์เรื่องนี้ ยังต้องติดตามกันต่อไป อีกแน่นอน..??”
ป,ล. ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Banchamek Gym
source:https://www.khaosod.co.th/sports/news_86064